คำถามที่พบบ่อย

หาคำตอบที่ชัดเจน สำหรับคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการบริการทางการแพทย์ การนัดหมาย และอื่นๆ ของเรา

อ่านเพิ่มเติม
การตรวจสุขภาพ คือ อะไร

การตรวจสุขภาพ คือ การประเมินทางการแพทย์แบบละเอียด เพื่อตรวจดูสุขภาพโดยรวมของคุณ, ค้นหาความเสี่ยงทางสุขภาพที่อาจเกิดขึ้น, และให้คำแนะนำในการดูแลรักษาสุขภาพให้ดีขึ้น หรือคงสภาพเดิมไว้

ความถี่ในการตรวจสุขภาพขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น อายุ ประวัติสุขภาพ และประวัติสุขภาพของครอบครัว โดยทั่วไปแล้ว ผู้ใหญ่ที่อายุเกิน 40 ปี ควรตรวจสุขภาพทุกปี ส่วนผู้ใหญ่ที่อายุน้อยกว่า อาจจะตรวจสุขภาพทุกๆ 2-3 ปี ปรึกษาแพทย์ เพื่อกำหนดตารางเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ

ระยะเวลาในการตรวจสุขภาพขึ้นอยู่กับรายการตรวจต่างๆ โดยทั่วไปแล้ว คุณจะใช้เวลาที่สถานพยาบาลของเราประมาณ 1-3 ชั่วโมง

ผลตรวจส่วนใหญ่จะออกภายใน 2-3 วัน คุณจะได้รับรายงานผลตรวจอย่างละเอียด พร้อมกับคำปรึกษาจากแพทย์ เพื่ออธิบายผลตรวจ และขั้นตอนการปฏิบัติตัว หรือการรักษา (ถ้าจำเป็น) ต่อไป

ถ้าผลตรวจของคุณ บ่งชี้ถึงปัญหาสุขภาพใดๆ แพทย์ของเราจะอธิบายผลให้คุณฟังอย่างละเอียด ตอบคำถามของคุณ และแนะนำการรักษาที่เหมาะสม หรือการตรวจเพิ่มเติม เราจะแนะนำขั้นตอนต่อไป และประสานงานกับแพทย์เฉพาะทางให้คุณ หากจำเป็น

การทดสอบในห้องปฏิบัติการ คือ อะไร

การทดสอบในห้องปฏิบัติการ (หรือเรียกสั้นๆ ว่า การตรวจแล็บ) คือ กระบวนทางการแพทย์ที่นำตัวอย่างเลือด, ปัสสาวะ, หรือของเหลว/เนื้อเยื่ออื่นๆ ในร่างกาย ไปวิเคราะห์ เพื่อช่วยในการวินิจฉัยโรค, ติดตามอาการ, และจัดการกับปัญหาสุขภาพ

เรามุ่งมั่นที่จะให้ผลลัพธ์ที่ถูกต้อง และเชื่อถือได้ ห้องปฏิบัติการของเราใช้อุปกรณ์ที่ทันสมัย ปฏิบัติตามขั้นตอนการควบคุมคุณภาพที่เข้มงวด และมีบุคลากรที่ได้รับการฝึกอบรมมาเป็นอย่างดี

ระยะเวลาในการรอผลตรวจ จะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับการทดสอบ

  • การตรวจทั่วไป : ส่วนใหญ่จะเสร็จภายใน 24-48 ชั่วโมง
  • การตรวจเฉพาะทาง : อาจใช้เวลานานกว่านั้น

เราจะแจ้งระยะเวลาโดยประมาณให้คุณทราบ ตอนที่คุณนัดหมายการตรวจ

ผลการตรวจส่วนใหญ่จะทราบได้ภายใน 2-3 วัน คุณจะได้รับรายงานผลอย่างละเอียด และได้ปรึกษาคุณหมอ เพื่ออธิบายผลตรวจ รวมถึงแนะนำขั้นตอนการปฏิบัติตัว หรือการรักษา (ถ้าจำเป็น) ต่อไป

ถ้าผลลัพธ์ของคุณผิดปกติ หมอจะติดต่อคุณ เพื่ออธิบายผล และแนะนำการดูแล หรือการรักษาที่เหมาะสมต่อไป

วัคซีน คือ อะไร และทำงานอย่างไร

วัคซีนช่วยให้ร่างกายของคุณสร้างภูมิคุ้มกันต่อโรคต่างๆ โดยการนำเชื้อโรคในรูปแบบที่อ่อนแอลง หรือตายแล้วเข้าไปในร่างกาย ทำให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันโดยที่ไม่ป่วย

ใช่ วัคซีนผ่านการทดสอบอย่างเข้มงวด และมีการติดตามความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด วัคซีนเป็นหนึ่งในวิธีการรักษาทางการแพทย์ที่ปลอดภัยที่สุด ผลข้างเคียงที่ร้ายแรงนั้นเกิดขึ้นได้ยากมาก

จำเป็น แม้ว่าคุณจะสุขภาพแข็งแรง วัคซีนก็ยังมีประโยชน์ วัคซีนช่วยป้องกันไม่ให้คุณป่วย และช่วยป้องกันไม่ให้คุณแพร่เชื้อโรคไปสู่ผู้อื่น

สิ่งที่ต้องนำไปในวันนัดฉีดวัคซีน

  • บัตรประชาชน (หรือบัตรประจำตัวอื่นๆ ที่มีรูปถ่าย)
  • บัตรประกันสุขภาพ (ถ้ามี)
  • ประวัติการฉีดวัคซีน (ถ้ามี เช่น สมุดบันทึกการฉีดวัคซีน หรือเอกสารอื่นๆ ที่เคยได้รับวัคซีน)

ใช่ เรามีบริการให้คำปรึกษาเรื่องการเดินทาง และฉีดวัคซีนที่จำเป็นตามจุดหมายปลายทาง และความต้องการของแต่ละบุคคล

การผ่าตัดเล็ก คือ อะไร

การผ่าตัดเล็ก คือ การผ่าตัดแบบแผลเล็ก โดยทั่วไปจะใช้ยาชาเฉพาะที่ และทำที่คลินิก หรือห้องตรวจของหมอได้เลย ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล การผ่าตัดแบบนี้ เจ็บน้อยกว่า ฟื้นตัวเร็วกว่า และมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงน้อยกว่าการผ่าตัดใหญ่

ตัวอย่างที่พบบ่อย ได้แก่ การตัดติ่งเนื้อ (ไฝ, หูด, ติ่งเนื้อ), การผ่าซีสต์, การผ่าก้อนไขมัน, การเย็บแผลฉีกขาด, การเจาะระบายหนอง, การรักษาเล็บขบ, การตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ, การผ่าตัดพังผืดรัดเส้นประสาทที่ข้อมือ และการผ่าตัดนิ้วล็อค

ข้อดี คือ : เจ็บน้อยกว่า, ฟื้นตัวเร็วกว่า, โอกาสติดเชื้อน้อยกว่า, แผลเป็นเล็กกว่า, ค่าใช้จ่ายถูกกว่าการผ่าตัดใหญ่, และสะดวกสบาย เพราะทำที่แผนกผู้ป่วยนอกได้ (ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล)

ระยะเวลาจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับชนิดของการผ่าตัด แต่ส่วนใหญ่แล้ว การผ่าตัดเล็กจะใช้เวลาประมาณ 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง

จะมีการใช้ยาชาเฉพาะที่ ดังนั้นคุณจะไม่รู้สึกเจ็บระหว่างทำ อาจจะรู้สึกตึงๆ หรือเหมือนถูกดึงบ้างเล็กน้อย

การดูแลแผล คือ อะไร

การดูแลแผล คือ ทุกขั้นตอนที่เกี่ยวกับการทำความสะอาด, ปกป้อง, และส่งเสริมการสมานแผลประเภทต่างๆ ตั้งแต่การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ไปจนถึงการรักษาขั้นสูง สำหรับแผลเรื้อรัง และแผลที่ซับซ้อน

บาดแผลสามารถแบ่งออกได้หลายแบบ

  • บาดแผลเฉียบพลัน : คือ แผลที่เกิดขึ้นทันที เช่น แผลจากของมีคมบาด, แผลไหม้, และแผลผ่าตัด
  • บาดแผลเรื้อรัง : คือ แผลที่หายช้า เช่น แผลกดทับ, แผลเบาหวาน, และแผลจากหลอดเลือดดำผิดปกติ

ความถี่ในการทำความสะอาดแผล ขึ้นอยู่กับชนิดของแผล และวัสดุที่ใช้ปิดแผล ผู้ให้บริการด้านสุขภาพ (หมอ/พยาบาล) จะให้คำแนะนำเฉพาะเจาะจงกับคุณ แต่โดยทั่วไปแล้ว แผลส่วนใหญ่ จำเป็นต้องได้รับการทำความสะอาดเป็นประจำ เพื่อป้องกันการติดเชื้อ

สัญญาณของการติดเชื้อ ได้แก่

  • ปวดมากขึ้น : รู้สึกเจ็บแผลมากขึ้นเรื่อยๆ
  • แดง : บริเวณรอบแผลมีสีแดง
  • บวม : แผลบวมขึ้น
  • ร้อน : บริเวณรอบแผลอุ่น หรือร้อน
  • มีหนอง หรือของเหลวขุ่น : มีหนองไหลออกมา หรือมีของเหลวขุ่นๆ ซึมจากแผล
  • กลิ่นเหม็น : แผลมีกลิ่นเหม็น
  • มีไข้ : รู้สึกตัวร้อน เป็นไข้

ระยะเวลาที่แผลจะหายนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ชนิด, ขนาด, และตำแหน่งของแผล รวมถึงสุขภาพโดยรวมของคุณด้วย เราจะสามารถประเมินระยะเวลาได้แม่นยำขึ้นหลังจากการตรวจเบื้องต้น

DOCTOR ON CALL คือ อะไร

DOCTOR ON CALL คือ บริการให้คำปรึกษาทางการแพทย์ทางไกลกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ผ่านทางโทรศัพท์ หรือวิดีโอคอล ทำให้เข้าถึงการรักษาได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องเดินทางไปโรงพยาบาล หรือคลินิก

สำหรับการปรึกษาผ่านวิดีโอคอล คุณจะต้องมีสมาร์ทโฟน, แท็บเล็ต, หรือคอมพิวเตอร์ ที่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่เสถียร, กล้อง, และไมโครโฟน. ส่วนการปรึกษาผ่านโทรศัพท์ แค่มีโทรศัพท์ที่ใช้งานได้ก็พอ

ถ้าจำเป็นต้องมีการตรวจร่างกาย หรือตรวจทางห้องปฏิบัติการ (ตรวจแล็บ) คุณหมอจะแนะนำให้คุณไปยังคลินิก โรงพยาบาล หรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่ของคุณ

แม้ว่า DOCTOR ON CALL จะเป็นทางเลือกที่สะดวกสบาย สำหรับปัญหาสุขภาพหลายอย่าง แต่บริการนี้ ไม่ได้มีไว้เพื่อทดแทนคุณหมอประจำตัวของคุณ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สำหรับการดูแลรักษาสภาวะที่ซับซ้อน และต่อเนื่อง

แพทย์ของเราสามารถให้ข้อมูล และคำแนะนำเกี่ยวกับวัคซีนที่แนะนำได้ โดยพิจารณาจากอายุ ประวัติสุขภาพ และแผนการเดินทางของคุณ (แต่เราไม่สามารถฉีดวัคซีนให้ผ่านทางออนไลน์ได้)

การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ คือ อะไร

การท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ คือ การเดินทางไปต่างประเทศ เพื่อรับการรักษาพยาบาล ซึ่งอาจมีเหตุผลหลายอย่าง เช่น ค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า, การเข้าถึงการรักษาเฉพาะทาง, หรือรอคิวที่สั้นกว่า

ความปลอดภัย เป็นเรื่องสำคัญอันดับแรก ผู้ให้บริการการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ที่มีชื่อเสียง จะร่วมมือกับโรงพยาบาลที่ได้รับการรับรอง และแพทย์ที่มีคุณสมบัติ เพื่อให้มั่นใจได้ถึงมาตรฐานการดูแลในระดับสูง อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญ คือ ต้องศึกษา และเลือกสถานพยาบาลที่ได้รับการรับรอง และผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ที่มีประสบการณ์ ควรศึกษาหาข้อมูล และสอบถามข้อสงสัยต่างๆ

ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่

  • ภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัด
  • ปัญหาเกี่ยวกับการเดินทาง
  • อุปสรรคในการสื่อสาร
  • ความยุ่งยากในการดูแลติดตามผล

การเลือกผู้ให้บริการที่มีชื่อเสียง และการวางแผนอย่างรอบคอบ สามารถช่วยลดความเสี่ยงเหล่านี้ได้

ได้ คุณสามารถพาเพื่อนร่วมทางมาได้ เราสามารถช่วยจัดการเรื่องการเดินทาง และที่พักให้พวกเขาได้ การมีเพื่อน หรือสมาชิกในครอบครัว สามารถช่วยเป็นกำลังใจในระหว่างการเดินทางของคุณได้ เรายังสามารถแจ้งราคา สำหรับเพื่อนร่วมทางของคุณ ให้คุณทราบได้ด้วย

นอกจากของใช้จำเป็นในการเดินทางทั่วไปแล้ว อย่าลืมเตรียมสิ่งเหล่านี้

  • เสื้อผ้าที่ใส่สบาย
  • ยาประจำตัว (พร้อมใบสั่งยา)
  • สำเนาประวัติการรักษา
  • ของใช้เฉพาะ ที่แพทย์ของคุณแนะนำ

เราจะจัดเตรียมรายการของ ที่ต้องเตรียมอย่างละเอียดให้อีกครั้ง ก่อนการเดินทาง

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STDs/STIs) คืออะไร

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STDs) หรือการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ (STIs) คือ การติดเชื้อที่แพร่จากคนหนึ่ง ไปสู่อีกคนหนึ่ง ผ่านการมีเพศสัมพันธ์

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ส่วนใหญ่ มักแพร่กระจายผ่านการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอด ทวารหนัก หรือทางปาก โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์บางชนิด เช่น เริม และ HPV สามารถแพร่กระจายผ่านการสัมผัสทางผิวหนังได้

โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์หลายชนิด ไม่มีอาการ (ไม่มีอาการแสดง) แต่เมื่อมีอาการ อาการที่พบได้ก็ คือ มีของเหลวผิดปกติไหลออกมา, เจ็บหรือแสบเวลาปัสสาวะ, มีแผล, ตุ่ม, หรือผื่น บริเวณอวัยวะเพศ และอาการคัน

  • โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากแบคทีเรีย (เช่น หนองในแท้, หนองในเทียม, ซิฟิลิส) หลายชนิด รักษาให้หายขาดได้ ด้วยยาปฏิชีวนะ
  • โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่เกิดจากไวรัส (เช่น เริม, HIV, HPV) ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่สามารถควบคุมอาการได้ด้วยยา

การงดเว้นการมีเพศสัมพันธ์ เป็นวิธีเดียวที่ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ 100% การใช้ถุงยางอนามัยอย่างถูกต้อง และสม่ำเสมอ ช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมาก การจำกัดจำนวนคู่นอน และการตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์เป็นประจำ ก็สำคัญเช่นกัน

PEP คืออะไร

PEP ย่อมาจาก Post-Exposure Prophylaxis (เพร็พ) คือ ยาต้านไวรัส HIV ที่ต้องกินอย่างเร่งด่วนหลังจากอาจสัมผัสเชื้อ HIV มา เพื่อป้องกันไม่ให้ไวรัสฝังตัวในร่างกาย

เป๊ป (PEP) ทำงานโดยการยับยั้งไม่ให้ไวรัส HIV เพิ่มจำนวน และก่อให้เกิดการติดเชื้อในร่างกาย

ยา PEP มีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันเชื้อ HIV หากกินอย่างถูกต้อง และเริ่มกินให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่างไรก็ตาม ยานี้ไม่ได้มีประสิทธิภาพ 100%

ไม่, ยา PEP ช่วยป้องกันแค่เชื้อ HIV เท่านั้น ไม่ได้ป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ เช่น หนองในแท้, หนองในเทียม, หรือซิฟิลิส

ไม่เหมือนกัน PEP ใช้หลังจากมีโอกาสสัมผัสเชื้อ ส่วน PrEP (Pre-Exposure Prophylaxis) ใช้ก่อนที่จะมีโอกาสสัมผัสเชื้อ เพื่อป้องกัน HIV

เพร็พ (PrEP) คืออะไร

เพร็พ (PrEP หรือ Pre-Exposure Prophylaxis) คือ ยาที่สามารถลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ HIV ได้อย่างมาก สำหรับคนที่ยังไม่ติดเชื้อ HIV

เพร็พทำงานโดยการป้องกันไม่ให้ไวรัส HIV เข้าไปฝังตัว และก่อให้เกิดการติดเชื้อในร่างกายของคุณ

ถ้ากินยาเพร็พตามที่แพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอ ยานี้จะมีประสิทธิภาพสูงมาก สามารถลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ HIV จากการมีเพศสัมพันธ์ได้ประมาณ 99% และลดความเสี่ยงจากการใช้เข็มฉีดยาร่วมกันได้มากกว่า 74%

คนส่วนใหญ่กินยา PrEP ได้โดยไม่มีปัญหาอะไร บางคนอาจมีผลข้างเคียงเล็กน้อย เช่น คลื่นไส้ ปวดหัว หรืออ่อนเพลีย ซึ่งอาการเหล่านี้ มักจะหายไปเองภายในไม่กี่สัปดาห์

ไม่ได้ ยาเพร็พป้องกันได้แค่เชื้อ HIV เท่านั้น สิ่งสำคัญ คือ ต้องใช้ถุงยางอนามัยต่อไป เพื่อป้องกันโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ

IV Therapy คืออะไร

IV Therapy คือ การให้ของเหลว, วิตามิน, เกลือแร่, และสารอาหารอื่นๆ เข้าสู่กระแสเลือดโดยตรงผ่านทางสายน้ำเกลือ (IV) วิธีนี้ ช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากกว่าการรับประทาน

จะมีการสอดสายสวนขนาดเล็กเข้าไปในหลอดเลือดดำ โดยปกติจะอยู่ที่แขน สายนี้จะเชื่อมต่อกับถุงน้ำเกลือที่ผสมวิตามิน และแร่ธาตุที่เลือกไว้ จากนั้นสารละลายจะค่อยๆ หยดเข้าสู่กระแสเลือดของคุณ

โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 30 ถึง 60 นาที ขึ้นอยู่กับชนิดของ IV และปริมาณของเหลวที่ให้

คุณอาจจะรู้สึกเจ็บเล็กน้อยตอนที่แทงเข็มเข้าไป แต่โดยทั่วไปแล้วกระบวนการนี้จะไม่เจ็บ คนส่วนใหญ่รู้สึกผ่อนคลายด้วยซ้ำ

การให้น้ำเกลือทางหลอดเลือด โดยทั่วไปถือว่าปลอดภัย หากทำโดยบุคลากรทางการแพทย์ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม และในสภาพแวดล้อมที่สะอาด เราจะตรวจสอบประวัติทางการแพทย์ของคุณ เพื่อให้แน่ใจว่า การรักษานี้ เหมาะสมกับคุณ

ความแตกต่างระหว่าง ภาวะฉุกเฉิน และภาวะเร่งด่วน คือ อะไร

การดูแลผู้ป่วยฉุกเฉิน (Emergency Care) สำหรับภาวะเจ็บป่วยที่รุนแรง และเป็นอันตรายถึงชีวิต ซึ่งต้องได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที เช่น ภาวะหัวใจวาย, โรคหลอดเลือดสมอง, การตกเลือดอย่างรุนแรง หรือการบาดเจ็บสาหัส

ส่วน การดูแลผู้ป่วยเร่งด่วน (Urgent Care) สำหรับปัญหาทางการแพทย์ ที่ไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่จำเป็นต้องได้รับการดูแลโดยเร็วภายใน 24 ชั่วโมง เช่น กรณีกระดูกร้าว หรือหัก ที่ไม่รุนแรง, การติดเชื้อ หรือบาดแผลฉีกขาดที่ไม่ลึกมาก

แผนกของเรา มีความพร้อมในการดูแลผู้ป่วยครอบคลุมทุกระดับ ทั้งในภาวะฉุกเฉิน และภาวะเร่งด่วน

คุณควรเรียกรถพยาบาลทันที หากกำลังเผชิญกับภาวะฉุกเฉิน ที่เป็นอันตรายถึงชีวิต ซึ่งรวมถึงอาการต่างๆ เช่น เจ็บหน้าอก, หายใจลำบาก, สัญญาณของโรคหลอดเลือดสมอง (เช่น อ่อนแรง หรือชาครึ่งซีกเฉียบพลัน), การบาดเจ็บรุนแรง หรือหมดสติ เนื่องจากเจ้าหน้าที่บนรถพยาบาล สามารถให้การดูแลที่จำเป็น ระหว่างการนำส่งโรงพยาบาลได้ สำหรับอาการที่ไม่รุนแรงมากนัก คุณอาจเลือกที่จะขับรถไปเองได้ หากสามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัย

เมื่อเดินทางมาถึง อันดับแรก ท่านจะได้รับการประเมินอาการ โดยพยาบาลคัดแยกผู้ป่วย การคัดแยกผู้ป่วย (Triage) คือ กระบวนการประเมินความรุนแรงของภาวะทางการแพทย์ของท่าน เพื่อจัดลำดับความสำคัญให้แก่ผู้ป่วย ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่สุดก่อน ขั้นตอนนี้ มีไว้เพื่อให้มั่นใจว่า ผู้ป่วยที่มีภาวะฉุกเฉิน อันตรายถึงชีวิต จะได้รับการตรวจรักษาก่อนเป็นลำดับแรก หลังจากการคัดแยกแล้ว ท่านจะได้ทำการลงทะเบียน และจากนั้นจึงเข้ารับการตรวจ และรักษาจากแพทย์ต่อไป

ระยะเวลา ในการรอคอยอาจเปลี่ยนแปลงได้ ขึ้นอยู่กับจำนวนผู้ป่วย และความรุนแรงของอาการในขณะนั้น ทางเราจะให้บริการผู้ป่วย ตามความจำเป็นเร่งด่วนทางการแพทย์ ซึ่งประเมินจากขั้นตอนการคัดแยกผู้ป่วย (triage) ไม่ใช่ตามลำดับก่อนหลัง เราเข้าใจเป็นอย่างยิ่งว่า การรอคอย อาจทำให้ท่านรู้สึกกังวล และขอขอบคุณในความอดทนของท่าน ในขณะที่เรากำลังทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อมอบการดูแลที่มีคุณภาพสูงสุด แก่ผู้ป่วยทุกท่าน

โดยทั่วไป ทางโรงพยาบาลสนับสนุนให้มีญาติ หรือผู้ดูแลอยู่เฝ้าไข้ได้ 1 ท่าน อย่างไรก็ตาม การอนุญาตจะขึ้นอยู่กับข้อจำกัดต่างๆ เช่น อาการของผู้ป่วย, จำนวนผู้ป่วยในแผนก และนโยบายของโรงพยาบาล ณ เวลานั้น กรุณาสอบถามกับเจ้าหน้าที่ของเราอีกครั้ง เมื่อมาถึง