ตั้งแต่ที่โลกเราเผชิญกับการระบาดของ COVID-19 โรคระบาดต่าง ๆ ก็กลายเป็นความกังวลของผู้คน และหนึ่งในโรคที่มักจะกลับมาทุกปี และน่าเป็นห่วงไม่แพ้ COVID-19 คือโรคไข้หวัดใหญ่หรือ Influenza ซึ่งยังคงเป็นโรคติดเชื้อที่ส่งผลกระทบต่อคนทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง บทความนี้เราจึงจะพาไปทำความเข้าใจว่าไข้หวัดใหญ่คืออะไร อาการเป็นอย่างไร แล้วทำไมการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ถึงสำคัญ
ไข้หวัดใหญ่ คืออะไร
ไข้หวัดใหญ่คือโรคติดเชื้อไวรัสในระบบทางเดินหายใจที่เกิดจากเชื้อไวรัสอินฟลูเอนซา (Influenza virus) ซึ่งแตกต่างจากไวรัสที่ทำให้เกิดไข้หวัดธรรมดาหรือโรคกระเพาะอาหาร โรคนี้ส่งผลกระทบต่อจมูก ลำคอ และปอด โดยสามารถแพร่กระจายอย่างรวดเร็วผ่านละอองฝอยในอากาศเมื่อผู้ป่วยไอ จาม หรือพูดคุย แม้ว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่จะสามารถหายได้เอง แต่ในบางกรณีอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงจนถึงแก่ชีวิตได้
ไข้หวัดใหญ่แตกต่างจากไข้หวัดธรรมดาอย่างไร
- ความรุนแรงของอาการ – ไข้หวัดใหญ่มีอาการที่รุนแรงกว่าไข้หวัดธรรมดามาก โดยเฉพาะการมีไข้สูงถึง 39-40 องศาเซลเซียส
- ความเร็วในการเกิดอาการ – อาการไข้หวัดใหญ่จะเกิดขึ้นอย่างฉับพลันและทันทีทันใด ในขณะที่ไข้หวัดธรรมดาจะค่อย ๆ แสดงอาการ
- ระยะเวลาการเจ็บป่วย – ไข้หวัดใหญ่ใช้เวลาในการหายนานกว่า และมีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง
- ความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน – ไข้หวัดใหญ่มีความเสี่ยงสูงกว่าในการเกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น ปอดอักเสบ เป็นต้น
สัญญาณและอาการของไข้หวัดใหญ่ที่ควรรู้
- ไข้สูงติดต่อกันหลายวัน หนาวสั่น และเหงื่อออก
- ปวดศีรษะและปวดเมื่อยกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง
- เจ็บคอและไอแห้ง มีน้ำมูกใส
- ปวดรอบดวงตาและตาแดง
- อ่อนเพลีย เบื่อเอาและสับสน
- หายใจถี่หรือมีอาการหายใจลำบาก
- ไข้หวัดใหญ่ในเด็กอาจมีอาการท้องเสียและอาเจียนร่วมด้วย
เมื่อไหร่ที่ควรปรึกษาแพทย์
แม้ว่าผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ส่วนใหญ่สามารถพักรักษาตัวที่บ้านได้ แต่หากเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนหรือมีอาการบางประการ ควรรีบไปพบแพทย์โดยทันที การใช้ยาต้านไวรัสในช่วง 48 ชั่วโมงแรกจะช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพสูงสุด
อาการที่ต้องรีบพบแพทย์ในผู้ใหญ่
- เจ็บหน้าอกและหายใจถี่หรือลำบาก
- เวียนศีรษะรุนแรงหรือมีอาการชัก
- กล้ามเนื้ออ่อนแรงหรือปวดกล้ามเนื้อรุนแรงผิดปกติ
- โรคประจำตัวกำเริบหรือมีอาการทรุดตัวลง
- ไม่สามารถรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำได้
อาการที่ต้องรีบพบแพทย์ในเด็ก
- เจ็บหน้าอกและหายใจลำบากหรือหอบ
- ภาวะขาดน้ำ ปากหรือริมฝีปากเขียว
- ชักหรือมีอาการซึมลง ไม่เล่น
- ปวดกล้ามเนื้ออย่างรุนแรงผิดปกติ
- โรคประจำตัวกำเริบหรือทรุดตัว
ปัจจัยเสี่ยงของไข้หวัดใหญ่ มีอะไรบ้าง
- เด็กอายุ 6 เดือนถึง 5 ปี และผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป
- ผู้ที่อาศัยหรือทำงานในสถานที่แออัดและมีคนจำนวนมาก
- ผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เช่น ผู้ป่วยมะเร็ง ผู้ติดเชื้อเอชไอวี
- ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคหอบหืด โรคหัวใจ โรคไต
- หญิงตั้งครรภ์ โดยเฉพาะในไตรมาสที่ 2 และ 3
- ผู้ที่มีดัชนีมวลกาย (BMI) เกิน 30 หรือเป็นโรคอ้วน
ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงที่อาจเกิดขึ้น มีอะไรบ้าง
- ปอดบวมหรือปอดอักเสบ ซึ่งอันตรายมากในผู้สูงอายุ
- โรคหอบหืดกำเริบและภาวะหายใจลำบากเฉียบพลัน
- โรคหัวใจและกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ
- หูอักเสบ ไซนัสอักเสบ และหลอดลมอักเสบ
- สมองอักเสบและไข้ชักในเด็ก
- ภาวะแทรกซ้อนที่อาจทำให้เสียชีวิตได้
วิธีป้องกันไข้หวัดใหญ่ ทำอย่างไรได้บ้าง
- การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ – วิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพสูงสุด สามารถลดความรุนแรงและการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ควรฉีดทุกปีเนื่องจากไวรัสมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
- รักษาสุขอนามัยส่วนตัว – ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้าด้วยมือที่ไม่สะอาด
- หลีกเลี่ยงพื้นที่แออัด – โดยเฉพาะในช่วงที่มีการระบาดของไข้หวัดใหญ่
- ดูแลสุขภาพให้แข็งแรง – รับประทานอาหารมีประโยชน์ พักผ่อนเพียงพอ และออกกำลังกายสม่ำเสมอ
- เมื่อป่วยให้พักที่บ้าน – หลีกเลี่ยงการออกไปในที่สาธารณะเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ
สรุปบทความ
ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคที่ไม่ควรละเลย แม้ว่าจะสามารถหายได้เองในผู้ที่มีสุขภาพดี แต่ความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นทำให้การป้องกันเป็นสิ่งสำคัญ การฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี ร่วมกับการดูแลสุขอนามัยที่ดี จะช่วยปกป้องเราและคนที่เรารักจากโรคนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ภูเก็ต การดูแลสุขภาพและการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ภูเก็ต เป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เพราะการป้องกันที่ถูกวิธีจะช่วยให้เราและครอบครัวปลอดภัยจากโรคร้ายแรงนี้ได้ หากมีอาการสงสัยหรือต้องการคำปรึกษาเกี่ยวกับการป้องกันไข้หวัดใหญ่ ทีมแพทย์ของ Phuket Medical Clinic พร้อมให้บริการดูแลสุขภาพคุณและครอบครัวอย่างครบวงจรทุกวัน



